ข้อมูลสถานการณ์และแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในปี 2568

ข้อมูลสถานการณ์และแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในปี 2568 มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเข้าขั้น “สภาพอากาศสุดขั้ว” (Extreme Weather) โดยมีรายละเอียดสรุปเพื่อการสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อม ดังนี้

🌍 สถานการณ์และผลกระทบในปี 2568

ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 17 ของโลก ที่มีความเสี่ยงสูงจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยในปี 2568 นี้มีปรากฏการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน:

  • ร้อนจัด (Extreme Heat): อุณหภูมิทำลายสถิติโลกและไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสุขภาพ (โรคลมแดด) และทำให้มหาสมุทรอุณหภูมิพุ่งสูงจนกระทบระบบนิเวศทางทะเล
  • น้ำท่วม (Flooding): แม้จะเป็นปีที่มีปรากฏการณ์ลานีญาแปรปรวน แต่ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมสูงเกินปกติในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง และมหาอุทกภัยในภาคใต้ คาดการณ์ความเสียหายต่อ GDP ประมาณ -0.13% ถึง -0.16%
  • แล้งรุนแรง (Severe Drought): ในบางช่วงเวลาและบางพื้นที่ยังประสบภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

🏛️ บทบาทหน่วยงานระดับนโยบายและท้องถิ่น

การรับมือถูกขับเคลื่อนผ่าน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) ร่วมกับเครือข่ายท้องถิ่น:

  • ระดับนโยบาย:
    • พ.ร.บ. กฎหมายโลกร้อน: เร่งผลักดันกฎหมายเพื่อกำหนดเป้าหมาย Net Zero และการปรับตัว (Adaptation)
    • ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning for All): เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงสูง เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทันท่วงที
    • การจัดการ Carbon Credit: ส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดอุณหภูมิพื้นที่
  • ระดับท้องถิ่น (อปท. และภาคี):
    • Climate Action ใน 12 พื้นที่นำรุง: กรมลดโลกร้อนร่วมกับ 12 ภาคี ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวในระดับชุมชน
    • เครือข่ายอาสาสมัคร (อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ): เป็นกลไกหลักในระดับหมู่บ้านเพื่อสื่อสารข้อมูลและแจ้งเตือนภัยในพื้นที่

📢 การปรับตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชน

ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมผ่านแนวทาง “ตระหนักรู้ ปรับตัว และลดการปล่อย” ดังนี้:

1. การปรับตัวต่อภัยพิบัติ (Adaptation)

  • รับมือร้อนจัด: ติดตามดัชนีความร้อน (Heat Index) สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และดื่มน้ำสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ
  • รับมืออุทกภัย: ติดตามการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐ (เช่น ThaiWater หรือแอปกกรมอุตุฯ) เตรียมแผนอพยพและจัดเก็บของขึ้นที่สูง
  • รับมือภัยแล้ง: วางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด เกษตรกรควรพิจารณาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยหรือทำระบบกักเก็บน้ำส่วนตัว

2. การลดโลกร้อน (Mitigation)

  • ประหยัดพลังงาน: ปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว
  • การจัดการขยะ: ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และแยกขยะเพื่อลดการเกิดก๊าซมีเทนจากการฝังกลบ