You are currently viewing วัดเสาธงใหม่

วัดเสาธงใหม่

วัดเสาธงใหม่วัดเสาธงใหม่ ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำลพบุรี มีเนื้อที่ 20ไร่ 3งาน 50ตารางวา ทิศเหนือและทิศใต้ติดต่อกับที่ตั้งบ้านเรือนของชาวบ้าน ทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำลพบุรี ทิศตะวันตก ติดต่อกับถนน ถัดไปเป็นทุ่งนา วัดเสาธงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2407สมัยปลายรัชกาลที่ 4

โดยมีเจ้ากรมเป๋อ นายกี่ นางทรัพย์ เลขยานนท์ พร้อมด้วยบุตรธิดา และชาวพุทธตำบลเสาธงร่วมกันสร้างขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “วัดใหม่ไชยวิชิตราษฎร์ศรัทธาธรรม” หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วัดใหม่ไชยวิชิต” หรือ “วัดไชยวิชิต” แต่มีชาวบ้านจำนวนมากเรียกว่า วัดเสาธงใหม่ ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2420 วัดใหม่ไชยวิชิต ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2483 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเสาธงใหม่” ตามที่ชาวบ้านเรียกกัน และใช้มาจนทุกวันนี้

วัดเสาธงใหม่ ได้รับการอุปถัมภ์บำรุง และเป็นที่รวมใจ รวมศรัทธา ประกอบศาสนกิจ บำเพ็ญกุศลตามประเพณีของชาวพุทธหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ตำบลเสาธง ชาวพุทธวัดเสาธงใหม่และเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณรได้ร่วมกันบำรุงดูแลวัดเสมอมา ทำให้วัดเสาธงใหม่มีอาคาร เสนาสนะที่มั่นคง แข็งแรง สวยงาม เช่นเดียวกับวัดอื่น ๆ

ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดเสาธงใหม่นั้น นอกจากพระประธานในพระอุโบสถแล้ว ก็มีรูปปั้น “หลวงปู่แป้น อตฺตโม” อดีตเจ้าอาวาส เป็นรูปปูนปั้นขนาดเท่าคนจริง ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาที่จัดทำขึ้นเฉพาะ มีชาวบ้านมากราบไหว้บูชาและบนบานอยู่เสมอ ของแก้บนที่นิยมกันมากที่สุดคือ”แกงขี้เหล็ก” หลวงปู่แป้น เป็นที่เคารพนับถือกันว่าเป็นเกจิอาจารย์รูปหนึ่ง มีการสร้างเหรียญเป็นวัตถุมงคลให้บูชา เป็นที่เชื่อถือกันว่า มีคุณในทางเมตตามหานิยม ศิลปกรรมที่วัดเสาธงใหม่ คือหน้าบันพระอุโบสถ ที่ปั้นเป็นภาพนูนต่ำ เนื้อหาเป็นพุทธ ประวัติตอนปฐมเทศนา เป็นงานปั้นที่สวยงาม และมีความหมาย วัดเสาธงใหม่เป็นวัดที่เงียบสงบมากวัดหนึ่ง นับว่าเป็นวัดที่เกิดใหม่ เมื่อเทียบกับวัด อื่น ๆ แต่ก็สงบร่มรื่น เพราะได้พยายามปลูกต้นไม้ไว้มาก ๆ ซึ่งขณะนี้ ต้นไม้ส่วนมากก็โตพอสมควรแล้ว สร้างความร่มรื่นให้แก่วัดได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม วัดเสาธงใหม่ได้พยายามรักษาต้นไม้เก่าดั้งเดิมเอาไว้ด้วย เช่น ต้นโพธิ์ ต้นไทร ขนาดใหญ่อายุนับร้อยปีก็พอมีให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของวัดเสาธงใหม่ที่ยังรักษาไว้ คือ การใช้เรือรับบิณฑบาต ของพระภิกษุ โดยจะพายเรือไปตามลำน้ำลพบุรีเพื่อรับบิณฑบาตจากญาติโยมในตอนเช้า เป็นภาพที่น่าประทับใจของผู้พบเห็น